กฎง่ายๆ 5 ข้อ พูดอังกฤษคล่องเหมือนเจ้าของภาษา

กฎง่ายๆ 5 ข้อ พูดอังกฤษคล่องเหมือนเจ้าของภาษา
IMG_2190.JPG

การพูดภาษาอังกฤษได้คล่องเหมือนเจ้าของภาษาถือเป็นความปรารถนาของใครหลายๆ คน แต่คนส่วนใหญ่ที่เรียนภาษาอังกฤษมาหลายปีกลับไม่มีความมั่นใจเวลาที่ต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติ เรียนด้วยใจตามกฎ 5 ข้อต่อไปนี้จะทำให้คุณเก่งอังกฤษมากขึ้น

1, ลืมแกรมม่าร์บ้างก็ได้
การเรียนแต่แกรมม่าร์จะทำให้ทักษะการตอบโต้ของคุณด้อยลง เพราะคุณคิดเกี่ยวกับกฎแกรมม่าร์มากเกินไป คุณจึงพูดภาษาอังกฤษไม่เป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษา และคนฟังอาจจะไม่มีความอดทนมากพอที่จะรอให้คุณกลั่นกรองแต่ละประโยคออกมา จำไว้ว่ามีเจ้าของภาษาเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่รู้กฎแกรมม่าร์มากกว่า 20%

2, เรียนเป็นวลี
คนเรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่มักจะเรียนศัพท์ทีละคำตามใจชอบทุกๆ วัน และลองสร้างประโยคขึ้นมาจากศัพท์พวกนั้น โดยไม่กลัวว่าจะเป็นประโยคที่ไม่มีความหมาย แม้บางครั้งประโยคที่สร้างขึ้นมาเองนั้นจะฟังดูตลก
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้เรียนถึงไม่เน้นเรื่องการเรียนเป็นวลี แม้จะรู้คำศัพท์มากมายนับพันคำ แต่ก็ไม่สามารถที่จะสร้างประโยคที่ถูกต้องได้ แต่ถ้าคุณรู้จักวลีที่ถูกต้อง คุณจะพูดได้มากถึง 100 ประโยค และถ้าคุณรู้จักวลี 100 วลี คุณจะต้องแปลกใจความสามารถของตัวเองแน่นอน สุดท้ายนี้เมื่อใดก็ตาามที่คุณเรียนวลีได้มากกว่า 1000 เมื่อนั้นคุณจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่องเลยล่ะ

ดังนั้น อย่าพยายามอย่างเสียเปล่าไปกับการเรียนศัพท์เป็นคำๆ แทนที่จะเรียนเป็นวลี แล้วคุณจะพูดอังกฤษได้คล่องขึ้นอย่างแน่นอน

3, แวดล้อมไปด้วยภาษาอังกฤษ
คุณควรสร้างสภาพแวดล้อมที่มีแต่ภาษาอังกฤษด้วยตัวคุณเอง เพื่อเป็นแรงจูงใจในการเรียนพูดและฟัง การไปในที่ๆ มีแต่ชาวต่างชาติถือเป็นอีกวิธีหนึ่ง และยังสามารถชมภาพยนตร์หรือเกมส์โชว์ภาษาอังกฤษเพื่อให้คุ้นเคยกับระดับเสียงและเรียนศัพท์ไปด้วย สิ่งสำคัญคือพยายามพูดในสิ่งที่ได้ยิน ทางที่ดีที่สุดที่จะพูดได้ดีคือพูดออกมาดังๆ อย่างมั่นใจเหมือนว่าคุณเองเป็นนักแสดงในภาพยนตร์ ทำแบบนี้ทีละนิด ในที่สุดคุณก็จะเลิกกลัวภาษาอังกฤษไปเอง

4, ใช้สื่อที่เหมาะสม
ผู้เรียนหลายคนตั้งเป้าหมายในการพูดภาษาอังกฤษไว้ แต่กลับไปฟังข่าวการเมืองหรือข่าวเศรษฐกิจ นั่นถือว่าไม่ตรงประเด็น เพราะคุณอาจจะสับสนกับคำศัพท์ที่ไม่ค่อยมีในชีวิตประจำวันได้

5, ฝึกการฟัง – พูดทุกวัน ทุกที่ ทุกเวลา
นี่เป็นกฎข้อสุดท้ายแต่สำคัญมากที่สุด คุณควรจะใช้เวลาให้มากในการฝึกฝน

Cr: TOPICA Native

ประโยคภาษาอังกฤษในการสอนเรื่องสมการ

สมการ (equation) อ่านว่า อีเควชั่น ถ้าต้องการสั่งให้แก้สมการเพื่อหาคำตอบก็สั่งกันง่ายๆ ว่า Solve the equation …(โซฟ ดิ อีเควชั่น..) ตามด้วยสมการ

เช่น Solve the equation x+8=0
ต่อไปจะเป็นวิธีการอธิบายการแก้สมการ ซึ่งประกอบด้วยคำศัพท์ที่น่าสนใจต่อไปนี้

  1. add m to both sides (แอด m ทู โบท ไซด์) แปลว่า บวก m เข้าทั้งสองข้าง
  2. subtract m from both sides (ซับแทรค m ฟรอม โบท ไซด์) แปลว่า ลบ m ออกทั้งสองข้าง
  3. multiply both sides by m (มัลทิไพร์ โบท ไซด์ บาย m) แปลว่า คูณทั้งสองข้างด้วย m
  4. devide both sides by m (ดิไวด์ โบท ไซด์ บาย m) แปลว่า หารทั้งสองข้างด้วย m

ถ้าอยาก บวก ลบ คูณ หาร ก็ใส่คำว่า both sides เข้าไปจะไม่ใช้วิธีย้ายข้างซึ่งครูส่วนใหญ่สอนวิธีย้ายข้างมาจนชิน จะใช้คำว่า move sides (ย้ายข้าง) อันนี้ฝรั่งงงแน่นอน
Example 1  Solve the equation 5x −7 = 8
first step  we add 7 both sides then we have
5x −7 + 7 = 8 + 7
                                                        5x  =  15

second step we divide both sides by 5.
5x ÷ 5 = 15 ÷ 5
x = 3

Example 2 Solve the equation 5(x + 3)  =  2(3x + 4)
Step 1  we expand each side (กระจายแต่ละข้าง)
                              5x + 15  =  6x + 8

Step 2 subtract 6x from both sides.
5x + 15  – 6x  =  6x + 8 – 6x
-x + 15  =  8
Step 3 subtract 15 from both sides.
-x + 15 – 15  =  8 – 15
-x  =  -7
Step 4 divide both sides by -1
-x÷(-1)  =  -7÷(-1)
x  =  7

Cr: http://krujakkrapong.com/2013/04/30/solve-equation-in-english/

เคี่ยวเข็ญ

การต้องคุมสอบคู่กับ teacher Nicolai ตลอด 5 วันถือเป็นเรื่องดียิ่งที่ทำให้มีโอกาสได้ฝึกทักษะการพูดมากขึ้น เพราะต้องมีการสื่อสารกันอยู่เรื่อยๆ รวมถึงคุยโน่นคุยนี่ ฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่ก็ยังดี เพราะไอ้เราพูดไปหนึ่งประโยค พี่ท่านพูดกลับมาเป็นยี่สิบประโยค ก็ได้ฝึกทั้งการฟังและการพูดล่ะทีนี้ ผ่านการคุมสอบร่วมกัน 3 วันได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเด็กที่สอน teacher ประหลาดใจกับนักเรียนที่สอนนักเรียนคนนึงกับการได้คะแนนสอบภาษาอังกฤษของเขาเยอะมากกว่าที่ควรจะเป็น   เมื่อดูแล้วก็อ๋อ เด็กคนนี้ไอ้เรารึก็สอน และได้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองบ้าง ผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่พอสมควรกับการเรียนของลูก แต่เมื่อจะบอก teacher ว่าแม่เคี่ยวเข็ญลูกดีมาก กลับนึกไม่ออกว่าควรพูดว่าไง มานั่งนึกดูน่าจะใช้คำว่า เข้มงวด ,กวดขัน , ดูแลเอาใจใส่แทนคำว่าเคี่ยวเข็ญได้ บางทีก็นึกคำไทยยากไปนะ คุยไปคุยมาก็สะดุดแต่ teacher ก็ดีใจหาย ยังอุตส่าห์เข้าใจความที่เราพยายามจะสื่อไปเสียอีก กลับมาเปิดหาคำว่าเข้มงวดกวดขัน เจอแระว่า ต้องใช้ strict

95495

รู้จักคำว่า “คุมสอบ”กับ”ผู้คุมสอบ”

สัปดาห์หน้าได้รับความไว้วางใจจากทางโรงเรียนมอบหมายให้เป็นผู้คุมสอบวัดผลกลางภาคกับครูต่างชาติ 5555 เขาคงมั่นใจแล้วว่าน่าจะสื่อสารกันรู้เรื่อง หรือจะคุยกันจนเมื่อยมือหรือเปล่า แล้วก็ให้สงสัยว่า อืม แล้วคำว่าคุมสอบกับผู้คุมสอบ ภาษาอังกฤษใช้ว่าอย่างไร ก็ไปได้มาจาก http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/16591-00/  และกระทู้ใน www.pantip.com ดังนี้
คุมสอบ คำที่ใช้คือ invigilate (to watch over) students taking an exam , to prevent cheating
เช่น He was asked to invigilate next week.

สำหรับ “ผู้คุมสอบ” ใช้ว่า  invigilator (someone who watches examination candidates to prevent cheating) ตัวอย่างเช่น I f you have any question,please ask the invigilator.
อีกคำคือ  proctor เช่นใช้ว่า  Jaruwan will be a proctor for next exam

แล้วก็เลยเจอคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีกคือ
ออกข้อสอบ Writing exam questions / preparing exam questions /create
สอบ Conducting the exam
ตรวจข้อสอบ Marking
ตัดเกรด Grading

ถูกผิดประการใดก็น้อมรับนะคะ

เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ห่างหายไปนานมากกับ wordpress เป็นอะไรไปจึงทิ้งร้างมันเช่นนี้ แค่เพียงไม่ได้สอนคอมพิวเตอร์เลยไม่ค่อยได้คลุกคลีกับมันรึ สัญญาต่อไปจะกลับมาพบกันบ่อยๆ จะมีสาระดีดีมาฝากเป็นระยะ แล้วเจอกันค่ะ